กด Like เพื่อติดตามเรากันนะค่ะ
ในช่วงฤดูฝนแบบนี้ ปัญหาความอับชื้นอาจทำให้เสื้อผ้าเกิดราขึ้นมาได้ค่ะ และหากมีราขึ้นย่อมทำให้เสื้อผ้าไม่สะอาด ส่งผลเสียต่อสุขภาพและบุคลิกของผู้สวมใส่ด้วย

แต่หากเสื้อผ้าของคุณขึ้นราเป็นจุด ๆ สีดำ ๆ ขึ้นมา ก็ให้ลองเอาเสื้อตัวนั้นไปแช่นมเปรี้ยว โดยแช่เฉพาะจุดที่ขึ้นราไว้ประมาณ 1 คืน และตอนเช้าก็ให้นำไปตากแดดให้แห้ง ก่อนนำไปซัก เพียงเท่านี้รอยดำ ๆ จุด ๆ จากเชื้อราก็จะหายไปเอง หรือหากยังมีรอยอยู่บ้าง ก็ให้ใช้น้ำมะนาวมาหยดบริเวณรอยที่ขึ้นรานั้น คราวนี้ก็จะหมดร่องรอยของราแน่นอนค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือ 193 เคล็ดลับคู่บ้าน




กด Like เพื่อติดตามเรากันนะค่ะ
ด้วยรูปทรงระฆังสีน้ำเงินปนม่วงและกลิ่นหอมที่มีเอกลักษณ์ ทำให้บลูเบล (Blue Bells : ระฆังแห่งความเหงา) คือ ดอกไม้สวยงามติดอันดับต้นๆ ของโลก บลูเบลมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศอังกฤษ เป็นพืชป่าจำพวก Campanula rotundifolia พบมากในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ในป่าแถบยุโร




กด Like เพื่อติดตามเรากันนะค่ะ
แว่นกันแดดที่ใช้เลนส์พลาสติกธรรมดา ไม่สามารถกันรังสียูวี เมื่อเราสวมแว่นที่มีเลนส์มืดทึบ ม่านตาจะขยายทำให้ดวงตารับรังสียูวีได้มากกว่า





โดย...กันติพิชญ์ ใจบุญ

ภายหลังกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้เพิ่มอีก 1 ข้อหาหลักกับ “แท็กซี่สาธารณะปฏิเสธรับส่งผู้โดยสาร” เพื่อลดความเดือดร้อนผู้ใช้บริการที่มักถูกคนขับแท็กซี่ปฏิเสธด้วยข้ออ้างต่างๆ ต่อไปนี้ไม่มีใบเตือนแจก...ถูกแจ้งจับเมื่อใดเจอโทษปรับสูงสุดสถานเดียว

เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2555 เป็นต้นไป



คำถามของผู้ใช้บริการแท็กซี่ที่ถูกปฏิเสธก็คือ จะต้องใช้หลักฐานอะไรบ้างถึงจะดัดหลังคนที่ไม่สุจริตต่ออาชีพเหล่านี้ ได้รับคำตอบจาก พ.ต.อ.วีระวิทย์ วัจนะพุกกะ ผกก.3 (ศูนย์ข้อมูลใบสั่ง) บก.จร.บช.น. แนะนำว่า หากผู้โดยสารถูกแท็กซี่ปฏิเสธรับส่งให้ไปแจ้งตำรวจที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงที่สุดได้ทันที

ทั้งนี้ จะต้องจดจำทะเบียนรถ สี และเวลาที่เรียกไว้ด้วย หรือหากเป็นไปได้ให้ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกเสียงขณะเรียกไว้เป็นหลักฐาน รวมถึงถ่ายภาพวิดีโอหน้าคนขับ ตัวรถ หรือป้ายไว้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานเอาผิด

อย่างไรก็ตาม ตามคำแนะนำของ พ.ต.อ.วีระวิทย์ ขอเตือนว่า จะต้องดู ตาม้าตาเรือด้วยว่าจุดที่เรียกแท็กซี่นั้นอยู่บริเวณใด เปลี่ยว หรือมีคนพลุกพล่าน อยู่คนเดียว หรืออยู่เป็นกลุ่ม อย่าเผลอไปถ่ายภาพหรือวิดีโอสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะเดี๋ยวนี้แท็กซี่ใจโฉดทั้งปล้น จี้ พกพาอาวุธไว้ในรถ ซึ่งเกิดเหตุขึ้นอยู่บ่อยครั้ง

“แต่หากในพื้นที่ไม่มีตำรวจประจำอยู่ก็ให้โทรแจ้งสายด่วน บก.จร. หมายเลข 1197 ตำรวจจะรวบรวมข้อมูลร้องเรียนไว้ และส่งเจ้าหน้าที่ลงไปในพื้นที่นั้นๆ รวมถึงหากเป็นเหตุเร่งด่วนจะให้วิทยุสกัดเรียกตรวจสอบทันที หรือแจ้งผ่าน www.publicpolice.go.th ได้อีกช่องทาง”

ทั้งนี้ ถูกจับได้เจอปรับแน่นอนไม่เกิน 1,000 บาท ถูกยึดใบขับขี่ และนำใบสั่งไปชำระค่าปรับตามท้องที่นั้นๆ หรือที่ บก.จร. หรืออีกกรณีสามารถโทรแจ้งกรมการขนส่งทางบก ที่หมายเลข 1584

...ย้อนไปดูสารพัดเหตุผลในการปฏิเสธผู้โดยสาร

1.ส่งรถ เหตุผลนี้ผู้โดยสารจะเจอบ่อยครั้งมาก ทั้งที่แท็กซี่คันดังกล่าวยังเปิดไฟสถานะ “ว่าง” ขณะผู้โดยสารเรียกรถ แต่กลับถูกปฏิเสธ ซึ่งในความเป็นจริงควรจะปิดไฟว่างหน้ารถเพื่อเป็นการแจ้งผู้โดยสารไปในตัว ไม่ต้องเสียเวลาเรียกและเวลาจอด และขับเข้าอู่ไปเลย
บางกรณีอาจน่าเห็นใจอยู่บ้างเป็นข้อยกเว้น เช่น กลัวถูกผู้โดยสารเรียกไปปล้น เพราะดูหน้าตาไม่น่าไว้วางใจ หรือสถานที่เรียกไปทั้งไกลทั้งเปลี่ยว จึงปฏิเสธไว้ก่อน (แต่ถ้าถูกแจ้งก็มีความผิดเช่นกัน)

หรือบางรายอาจจอดรับเพราะเผื่อฟลุกว่าผู้โดยสารจะเรียกไปทางเดียวกันจะได้ไม่ต้องตีรถฟรีเข้าอู่

2.แก๊สหมด เป็นการปฏิเสธเช่นเดียวกับกรณีแรก แต่เปิดไฟว่างเอาไว้

3.ขึ้นรถแล้วไม่ไปส่ง อ้างรถติด กรณีนี้ไม่ควรมาขับแท็กซี่ เพราะในเมืองกรุงแห่งนี้ไม่มีถนนโล่งให้ขับเล่นแบบสบายใจ

4.แท็กซี่จอดแช่หน้าห้างสรรพสินค้าหรือสถานีขนส่ง ...ปฏิเสธไม่ไป ข้ออ้างนี้เป็นเพราะสถานที่ที่ลูกค้าเรียกใกล้เกินไป ไปแล้วไม่คุ้ม กลัวขากลับต้องตีรถเปล่า กลุ่มนี้มีทั้งตั้งคิวเถื่อนขึ้นเอง ห้างกำหนดจุดบริการแท็กซี่ไว้ให้ต่อคิวบริการ

5.ไปไกลขอบวกเพิ่ม แม้จะไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร แต่ผิดฐานโก่งราคาโดยสาร ซึ่งบางครั้งผู้ใช้บริการเร่งรีบหรือดึกดื่น อาจต้องยอมควักจ่ายเพิ่มอีก 50-100 บาท ด้วยความช้ำใจ 6.รับต่างชาติปฏิเสธคนไทย กรณีนี้มักเกิดใจกลางเมืองหรือแหล่งท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาติมากๆ ซึ่งกลุ่มนี้อาจใจไม่ซื่อกับต่างชาติ อาทิ พาขับวน ขอบวกบริการเพิ่ม ฯลฯ

7.ส่ายหัวปฏิเสธไม่พูดไม่จา พวกนี้รวยเลือกได้ ตีหน้าเนียน จะไปก็ต่อเมื่อพอใจ

พฤติกรรมแท็กซี่ข้างต้นเป็นบุคคลเพียงกลุ่มเดียว คนดีที่ยึดอาชีพนี้ก็มีถมไป หาก บช.น.และกรมการขนส่งทางบกแก้ปัญหาได้ กรุงเทพฯ แห่งนี้จะน่าอยู่ขึ้นอีกโข และบางทีอาจเป็นเหตุผลให้คนใช้รถส่วนตัวน้อยลงก็ได้





ถ้าคุณอยากวิ่ง คุณวิ่งแค่กิโลเดียวก็พอ
แต่ถ้าคุณอยากพบชีวิตใหม่ ขอให้คุณวิ่ง..
อันนี้ฮาจริง5555

แต่ละช่วงของชีวิต

posted on 02 Jul 2012 11:24 by alonebe in Life
 
อายุ    1-7  ปี    :   ถ้าไม่รู้ผิดรู้ถูก กฎหมายไม่เอาผิด
อายุ   8-15 ปี    :   ถ้ายังทำตัวไร้เดียงสา คือปัญญาอ่อน
อายุ 16-20 ปี    :   ถ้ายังทำอะไรไม่เป็นเรื่องเป็นราว ถือว่าเป็นคนเขลาเบาปัญญา
อายุ 21-25 ปี    :   ถ้ายังไม่รู้จักทำงานให้เป็นแก่นสาน ถือว่าเป็นคนรกโลก
อายุ 26-30 ปี    :   ถ้ายังไม่เริ่มสร้างฐานะที่มั่นคง ก็อย่าหวังอะไรมากนัก
อายุ 31-35 ปี    :   ถ้ายังเปลี่ยนงานทุกปี ก็ยากที่จะมีอนาคต
อายุ 36-40 ปี    :   ถ้ายังไม่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ก็เตรียมเดินลงเขา
อายุ 41-50 ปี    :   ถ้ายังไม่มีการงานที่มั่นคง ก็จงเตรียมตนเป็นคนไร้ค่า
อายุ 51-55 ปี    :   ถ้ายังไม่มีเงินออมไว้ใช้ยามแก่ ก็จงเตรียมเข้าสู่วงจรชีวิต
56 ปีขึ้นไป       :   ถ้ายังหวังพึ่งลูกหลานก็อย่าลืมคำว่า " เสียใจ "

ทำไม?รักแล้วต้องอดทน

posted on 30 Jun 2012 14:09 by alonebe in Life

เคยมีคนเตือนสติฉันว่า

เรามีสิทธิ์เลือกที่จะ"รับ"หรือ"ไม่รับ"อะไรก็ได้

แม้ว่าเราจะเป็นฝ่ายอดทน

และเป็นฝ่ายพยายามเข้าใจ ทั้งๆที่ไม่ได้เข้าใจอะไรจริงๆเลย

 

แต่สิ่งหนึ่งที่สอนให้เราได้เรียนรู้คือ

"ความรักคือสิ่งที่เราขาดไม่ได้หรอก" รักแล้วยังไงก็ต้องอดทน

เหมือนที่ฉันเคยร้องไห้กับแม่ และบอกแม่ว่าเหนื่อยใจกับรักห่วยๆ

ฉันเคยถามแม่ว่า ถ้าไม่ทนแล้วลูกจะอยู่ได้ไหม

แม่บอกว่า ไม่ว่าเราเืลือกจะ"อยู่" หรือ "ไป" ก็ยังต้องใช้ความ "อดทน" ทั้งนั้น

 

คู่ของพ่อกับแม่

กว่าจะเป็นความรักที่มั่นคงได้อย่างทุกวันนี้ แม่ก็ต้องใช้ความอดทนสูงมาก

หากมีคนใดคนหนึ่ง "ยอมแพ้ง่ายๆ" ความรักก็จะอ่อนแอ

พออ่อนแอ เวลามีอะไรมากระทบ ก็อ่อนไหวง่าย และเริ่มไม่อยากทน

 

ฉันรู้ว่า คนที่มีความรัก ต่างก็เจอปัญหาคล้ายๆแบบนี้ด้วยกันทั้งนั้น

แต่สุดท้ายแล้ว ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่ที่ใจของเราเป็นตัวกำหนด

กับคนที่เรารัก บางครั้งมันก็ไม่มีเหตุผลหรอกว่า "รักเขาตรงไหน หรือเพราะอะไร"

เช่นกัน เวลาที่เราอยู่ในช่วงที่ "หนักหนา" กับความรัก

เราอาจเป็นคนบ้าพลังในสายตาคนอื่น เพราะ "ทนอยู่ได้กับคนที่ชอบทำให้ร้องไห้"

แต่เราก็รู้ว่า ในความไม่มีเหตุผล มันมี "ความรักซุกซ่อนอยู่"

เมื่อคำถามเกิดขึ้น... และเราพยายามค้นหาคำตอบ

นั่นเป็นเพราะเรา "แคร์" และไม่ต้องการ "สูญเสีย"

ถ้าเราไม่แคร์เขา... เราจะไม่ทนอยู่เพื่อค้นหาคำตอบให้เสียเวลาเลย

ฉันว่าเป็นเรื่องที่น่า "ดีใจ"

ที่อย่างน้อยๆ เราได้ฝึกตัวเองให้เข้มแข็งขึ้นกว่าแต่ก่อน

แม้ว่าการเติบโตขึ้น... มันอาจสร้างความเจ็บปวดให้กับเราบ้างในบางครั้ง

อาจมีหลายๆเหตุการณ์ที่เรายังไม่เข้าใจ

แต่เชื่อเถอะ... ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว "มักจะดีเสมอ"

 

ค ว า ม รั ก จะดีขึ้นได้

ต้องอาศัยการมองโลกในแง่ดี

และการ "อดทน" เพื่อความรัก

ก็ดีกว่าการอดทนเพื่อให้ "ได้มา" ซึ่งความรัก

เมื่อมีความรักอยู่ในมือแ้ล้ว จงรักษาให้ดีที่สุด

แม้ต้องใช้ความอดทนอย่างถึงที่สุด

มั น ก็ "คุ้ ม" ที่ จ ะ ล อ ง ท ำ

ไม่มีใจ ทำไมไม่บอก

posted on 14 Feb 2012 11:08 by alonebe in Life
 

 

เธอไม่เคยคิดอะไร 
ที่ผ่านมาฉันก็เหมือนใครๆ แค่เพื่อนเท่านั้น 
ที่ผ่านมาทำไมไม่บอกว่าไม่รักกัน 
ไม่มีใจรักฉันแล้ววันนั้นทำไมไม่บอกสักที 

เธอไม่เคยคิดอะไร 
ต่างกับฉันที่คิดมากมายกับเธอคนนี้ 
ไม่มีใจก็น่าจะบอกไม่ควรทำใจดี 
แล้วแบบนี้ฉันจะตัดใจได้อย่างไร 

ช้าไปไหมที่รัก 
บอกว่าไม่มีใจให้พิงพักในวันที่มันสาย 
แล้วความรักที่ให้เธอฉันควรจะทำเช่นไร 
เอาคืนก็ไม่ได้ผลตอบแทนที่เธอจะให้ก็ไม่มี 

ที่ผ่านมาทำไมไม่บอก 
หรือจะหลอกให้ฉันมีความหวังอยู่อย่างนี้ 
ช้าเกินไปที่จะให้ฉันลบลืมความทรงจำที่มี 
สายไปแล้วคนดีที่จะให้เพื่อนเธอคนนี้... ตัดใจ 




 

  หากเราต้องอยู่กับใครสักคน . . . ที่ไม่ได้รักเราแล้ว 
          เราอยากให้เค้า บอกความจริงกับเรา หรือป่าว. . .?
          เราจะรู้สึกอย่างไร หากใครคนหนึ่ง หลอกเราว่ารัก. . . 
          ทั้งๆ ที่หมดรักไปแล้ว

          ทุกอย่างในโลกเปลี่ยนแปลงได้. . .แม้แต่ใจของเราเอง 
          เมื่อวันหนึ่งที่ตื่นขึ้นมา แล้วพบว่า. . .
          เราไม่ได้รัก คนที่เรารักมาตลอดอีกแล้ว
          แม้จะเป็นเรื่องที่เจ็บปวด และยอมรับได้ยาก

          อาจฟังดูไม่ดี. . . แต่ก็คือความจริง ที่สามารถเกิดขึ้นได้จริง
          และคนทุกคน ก็มีสิทธิ์ที่จะเลิกรัก. . . 
          เมื่อหัวใจเราได้ เปลี่ยนไปแล้ว
          การที่จะไปบอกว่า เราไม่ได้รักเขาอีกต่อไปแล้ว. . .

          มันเป็นเรื่องยาก เพราะความรู้สึกผิด. . .เพราะความสงสาร. . .
          หรือ เพราะอะไรอีกมากมาย. . .
          ทำให้หลายคน ไม่ยอมที่จะพูดความจริง
          และเก็บงำ ความรู้สึกมากมายเอาไว้ และทนคบกันต่อไป. . .

          ลองคิดกลับกันดีไหม. . .?
          หากเราต้องอยู่กับใครสักคน ที่ไม่รักแล้ว
          เราอยากจะให้เขา บอกความจริงกับเราหรือป่าว. . .?
          เราจะรู้สึกอย่างไร . . . หากใครคนนึงหลอกเราว่ารัก
          ทั้งๆ ที่หมดรักไปแล้ว

          เรามีสิทธิ์ที่จะเลิกรักก็จริง. . .แต่เขาก็มีสิทธิ์ ที่จะรู้ความจริง
          แค่ไม่รัก ก็ผิดมากพออยู่แล้ว. . . อย่าทำผิดมากกว่าเดิม
          ด้วยการรั้งเขาไว้...

          อย่าอ้างว่า เป็นเพราะความสงสาร
          เพราะมันอาจกลายเป็น. . . ความเห็นแก่ตัว
          บอกความจริงให้เขาได้รู้...
          ให้เขาได้มีส่วน ในการตัดสินใจ ที่จะอยู่หรือไป...

          แม้ไม่ได้ทำให้ความผิดลดลง แต่อย่างน้อยที่สุด...
          ก็จะไม่ทำให้ความผิดมากขึ้นไปกว่าเดิม. . .

รักหรือช้ำ-เราทำเอง

posted on 14 Feb 2012 10:49 by alonebe in Life
 

 “ความรัก” ไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน
แต่ในเมื่อวันนี้... มีแต่เพียงคำว่า "รัก"
"รัก” ที่ให้ไปหมดทั้งหัวใจ

... ดูเหมือนว่า...  
ไม่เคยมีค่า... ในความรู้สึกของคนที่เรารักเลย
ไม่มีโอกาส... ที่จะได้หวังในสิ่งที่ปรารถนา
ไม่มีสิทธิ์... แม้แต่จะคิดว่าจะได้รับ “ความรัก” จากเค้า

แล้วจะมีประโยชน์อะไร
ในเมื่อ... รักแล้ว... มีแต่ช้ำ!!