โดย...กันติพิชญ์ ใจบุญ

ภายหลังกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้เพิ่มอีก 1 ข้อหาหลักกับ “แท็กซี่สาธารณะปฏิเสธรับส่งผู้โดยสาร” เพื่อลดความเดือดร้อนผู้ใช้บริการที่มักถูกคนขับแท็กซี่ปฏิเสธด้วยข้ออ้างต่างๆ ต่อไปนี้ไม่มีใบเตือนแจก...ถูกแจ้งจับเมื่อใดเจอโทษปรับสูงสุดสถานเดียว

เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2555 เป็นต้นไป



คำถามของผู้ใช้บริการแท็กซี่ที่ถูกปฏิเสธก็คือ จะต้องใช้หลักฐานอะไรบ้างถึงจะดัดหลังคนที่ไม่สุจริตต่ออาชีพเหล่านี้ ได้รับคำตอบจาก พ.ต.อ.วีระวิทย์ วัจนะพุกกะ ผกก.3 (ศูนย์ข้อมูลใบสั่ง) บก.จร.บช.น. แนะนำว่า หากผู้โดยสารถูกแท็กซี่ปฏิเสธรับส่งให้ไปแจ้งตำรวจที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงที่สุดได้ทันที

ทั้งนี้ จะต้องจดจำทะเบียนรถ สี และเวลาที่เรียกไว้ด้วย หรือหากเป็นไปได้ให้ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกเสียงขณะเรียกไว้เป็นหลักฐาน รวมถึงถ่ายภาพวิดีโอหน้าคนขับ ตัวรถ หรือป้ายไว้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานเอาผิด

อย่างไรก็ตาม ตามคำแนะนำของ พ.ต.อ.วีระวิทย์ ขอเตือนว่า จะต้องดู ตาม้าตาเรือด้วยว่าจุดที่เรียกแท็กซี่นั้นอยู่บริเวณใด เปลี่ยว หรือมีคนพลุกพล่าน อยู่คนเดียว หรืออยู่เป็นกลุ่ม อย่าเผลอไปถ่ายภาพหรือวิดีโอสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะเดี๋ยวนี้แท็กซี่ใจโฉดทั้งปล้น จี้ พกพาอาวุธไว้ในรถ ซึ่งเกิดเหตุขึ้นอยู่บ่อยครั้ง

“แต่หากในพื้นที่ไม่มีตำรวจประจำอยู่ก็ให้โทรแจ้งสายด่วน บก.จร. หมายเลข 1197 ตำรวจจะรวบรวมข้อมูลร้องเรียนไว้ และส่งเจ้าหน้าที่ลงไปในพื้นที่นั้นๆ รวมถึงหากเป็นเหตุเร่งด่วนจะให้วิทยุสกัดเรียกตรวจสอบทันที หรือแจ้งผ่าน www.publicpolice.go.th ได้อีกช่องทาง”

ทั้งนี้ ถูกจับได้เจอปรับแน่นอนไม่เกิน 1,000 บาท ถูกยึดใบขับขี่ และนำใบสั่งไปชำระค่าปรับตามท้องที่นั้นๆ หรือที่ บก.จร. หรืออีกกรณีสามารถโทรแจ้งกรมการขนส่งทางบก ที่หมายเลข 1584

...ย้อนไปดูสารพัดเหตุผลในการปฏิเสธผู้โดยสาร

1.ส่งรถ เหตุผลนี้ผู้โดยสารจะเจอบ่อยครั้งมาก ทั้งที่แท็กซี่คันดังกล่าวยังเปิดไฟสถานะ “ว่าง” ขณะผู้โดยสารเรียกรถ แต่กลับถูกปฏิเสธ ซึ่งในความเป็นจริงควรจะปิดไฟว่างหน้ารถเพื่อเป็นการแจ้งผู้โดยสารไปในตัว ไม่ต้องเสียเวลาเรียกและเวลาจอด และขับเข้าอู่ไปเลย
บางกรณีอาจน่าเห็นใจอยู่บ้างเป็นข้อยกเว้น เช่น กลัวถูกผู้โดยสารเรียกไปปล้น เพราะดูหน้าตาไม่น่าไว้วางใจ หรือสถานที่เรียกไปทั้งไกลทั้งเปลี่ยว จึงปฏิเสธไว้ก่อน (แต่ถ้าถูกแจ้งก็มีความผิดเช่นกัน)

หรือบางรายอาจจอดรับเพราะเผื่อฟลุกว่าผู้โดยสารจะเรียกไปทางเดียวกันจะได้ไม่ต้องตีรถฟรีเข้าอู่

2.แก๊สหมด เป็นการปฏิเสธเช่นเดียวกับกรณีแรก แต่เปิดไฟว่างเอาไว้

3.ขึ้นรถแล้วไม่ไปส่ง อ้างรถติด กรณีนี้ไม่ควรมาขับแท็กซี่ เพราะในเมืองกรุงแห่งนี้ไม่มีถนนโล่งให้ขับเล่นแบบสบายใจ

4.แท็กซี่จอดแช่หน้าห้างสรรพสินค้าหรือสถานีขนส่ง ...ปฏิเสธไม่ไป ข้ออ้างนี้เป็นเพราะสถานที่ที่ลูกค้าเรียกใกล้เกินไป ไปแล้วไม่คุ้ม กลัวขากลับต้องตีรถเปล่า กลุ่มนี้มีทั้งตั้งคิวเถื่อนขึ้นเอง ห้างกำหนดจุดบริการแท็กซี่ไว้ให้ต่อคิวบริการ

5.ไปไกลขอบวกเพิ่ม แม้จะไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร แต่ผิดฐานโก่งราคาโดยสาร ซึ่งบางครั้งผู้ใช้บริการเร่งรีบหรือดึกดื่น อาจต้องยอมควักจ่ายเพิ่มอีก 50-100 บาท ด้วยความช้ำใจ 6.รับต่างชาติปฏิเสธคนไทย กรณีนี้มักเกิดใจกลางเมืองหรือแหล่งท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาติมากๆ ซึ่งกลุ่มนี้อาจใจไม่ซื่อกับต่างชาติ อาทิ พาขับวน ขอบวกบริการเพิ่ม ฯลฯ

7.ส่ายหัวปฏิเสธไม่พูดไม่จา พวกนี้รวยเลือกได้ ตีหน้าเนียน จะไปก็ต่อเมื่อพอใจ

พฤติกรรมแท็กซี่ข้างต้นเป็นบุคคลเพียงกลุ่มเดียว คนดีที่ยึดอาชีพนี้ก็มีถมไป หาก บช.น.และกรมการขนส่งทางบกแก้ปัญหาได้ กรุงเทพฯ แห่งนี้จะน่าอยู่ขึ้นอีกโข และบางทีอาจเป็นเหตุผลให้คนใช้รถส่วนตัวน้อยลงก็ได้

Comment

Comment:

Tweet

โอ้ ในทางปฏิบัติไม่มีทางทำได้เลยนะ ใครจะบันทึกวิดิโอ บันทึกเสียง เตรียมตัวแบบนั้นก่อนขึ้นแท็กซี่กันบ้างน้อ -*- Hot! Hot!

#1 By posasa on 2012-08-29 15:00