MyStories

 
บอกไม่ถูกว่าเป็นยังไง 
ชีวิต 2-3 วันนี้ เหมือนจะมีความสุข
แต่ ไม่..
 
เหมือนเราหลอกตัวเองไปวันๆเลย เหอๆ
หลอกว่าตัวสำคัญ อย่างนั้น อย่างนี้...
 
ทั้งๆที่รู้ ว่ามันคืออะไร
แต่ใครล่ะ จะอดตั้งความหวังให้ตัวเอง
หวังว่ามันต้องเป็นอย่างนั้น อย่างนี้.. แน่เลย 555
ทั้งที่จริง ควรจะหวังให้มันเป็น ถึงจะถูก..
 
วันนี้ เหมือนถูกความหวังดีดกลับ..
อยากหัวเราะ สมเพชตัวเอง
แต่น้ำตาเสือกไหล.. 
 
ทำไมรู้สึกไร้ค่าแบบนี้..
มีใครเห็นค่าในตัวฉันไหม? 
 
ไม่มี..
 

แจ่วปลาร้า

posted on 12 Dec 2011 17:04 by alonebe  in MyStories
 
เสียงไก่ขันเป็นสัญญาณให้ชาวนาตื่นแต่เช้ามุ่งหน้าสู่ท้องนาเพื่อเริ่มงานในนา หลังเสียงไก่ขันเสียงอีแม่เริ่มงานดังขลุกขลัก แสงไฟจากตะเกียงและก่อไฟเตาฟืนเพื่อนึ่งข้าวเหนียว เสียงเทน้ำที่หาบมาจาบ่อตักน้ำจากบ่อเทใส่ตุ่มปลุกให้ทุคนต้องตื่น อีพ่อออกไปท้องนาแต่เช้ามืดเพื่อไถนาเตรียมพื้นที่ไว้ปักดำ เมื่ออีแม่เสร็จจากการนึ่งข้าวก็จะตามออกไปติดๆ ส่วนเราก็มีหน้าที่ทำกับข้าวให้พี่กับน้องชายกินเมื้อเช้าก่อนไปโรงเรียน เสร็จแล้วก็เตรียมกับข้าวมื้อเช้าออกไปส่งอีพ่อกับอีแม่ ทุกเช้าอาหารที่จะต้องทำและขาดไม่ได้ แม้ว่าจะมีอาหารอย่างอื่นแล้วก็ตาม คือ แจ่วปลาแดก กับผักลวก

แจ่ว ปลาแดกมีลักษณะแตกต่างจากแจ่วที่เคยรู้จักและเคยได้ยินผ่านหู จำไม่ได้ว่าอีแม่เคยสอนเมื่อใด แต่เราซึมซับและสามารถทำได้อย่างคุ้นเคย มีวิธีทำที่ง่ายไม่ซับซ้อนอะไร ให้เอาพริกชี้ฟ้าดิบมีลูกเขียวปนแดงและหอมกระเทียมเสียบไม้แล้วเอาไปย่างไฟ เมื่อย่างไฟให้สุกเพื่อไม่ให้เหม็นเขียวก็เอามาตำหรือโขลกพอได้ที่แล้วให้ ตักใส่ถ้วย แล้วตักปลาร้าปลาช่อนปลาดุกหรือปลาอะไรก็ได้ที่ดูว่ามันตัวใหญ่ๆวางข้างๆ พริกที่ตำเสร็จแล้ว ฝานมะนาวสักครึ่งเสี้ยววางลงไปด้วยสำหรับบีบเติมรสชาด หรือถ้าไม่มีมะนาวก็ใช้มะม่วงเปรี้ยวฝานบางๆหั่นฝอยลงไป แค่นี้ก็เสร็จแล้วสำหรับการทำแจ่วปลาร้าสูตรดั้งเดิม

แม้ว่าจะมีอาหารอย่างอื่นในมื้อเช้านั้น อีพ่อพูดเสมอว่าถ้าไม่ได้กินแจ่วปลาแดกแล้วมันเหมือนว่ากินข้าวไม่อุ่นท้อง หมายความว่ากินข้าวไม่อิ่มท้อง ยิ่งบางทีมีผักสารพัดที่อยู่ริมรั้ว เช่นผักขา (ผักชะอม) ผักก้านตง ผักตำลึง ยอดลิ้นฟ้า (เพกา) หน่ออ่อนของข่า หรือผักหมน้อยในสวนครัวนำมาลวกจิ้มแจ่วยิ่งเพิ่มรสชาดของแจ่วปลาแดกให้อร่อยยิ่งขึ้น บางทีแจ่วปลาแดกถ้วยนี้สามารถเป็นอาหารมื้อเที่ยงต่อได้อีก ด้วยเหตุผลเดิมๆว่ากินข้าวไม่อุ่นท้องเมื่อไม่ได้กินแจ่ว

หลังเสร็จปักดำนาช่วงเช้าไปจนถึงช่วงบ่ายโมงก็จะเป็นช่วงพักเที่ยงเพื่อกิน อาหาร อาหารหลักๆ อีกอย่างที่ขาดเสียไม่ได้เลยคือส้มตำปลาร้าแม้ว่า อีแม่จะเป็นคนไปหาอาหารมาทำในมื้อเที่ยงเพิ่มอีกก็ตาม บางที่หน้านาที่ไถไว้จำนวนมากๆ ไม่สามารถปักดำให้เสร็จภายในเที่ยงหรือบ่ายโมง ก็จะเลื่อนเวลาพักไปจนบ่าย 2 โมง เพราะถ้าหลังจากพักเที่ยงแล้วจะต้องลงมือถอนต้นกล้าสำหรับปักดำวันต่อไป ดังนั้นจึงต้องเร่งให้เสร็จแม้จะเลื่อนเวลาพักออกไปช้าก็ตาม

เมื่อหยุดพักช้าก็ทำให้เวลาไม่พอที่จะไปหาอาหารมาเพิ่มในมื้อเที่ยง วันนั้น อีแม่จัดแจงเด็ดใบขมิ้นที่ปลูกไว้บนคูนาข้างสระน้ำมาล้างน้ำเพื่อให้ดินที่กระเด็นใส่เวลาฝนตกหลุดออก เสร็จแล้วก็เลือกปลาแดกตัวใหญ่ๆ กะว่ามีเนื้อของปลามากๆหน่อยวางทับลงไปกับพริกและหอมกระเทียมที่โขลกพอหยาบๆ เสร็จแล้วห่อให้มิดชิดกลัดตรงปลายตองด้วยไม้กันไม่ให้หลุดแล้วนำไปตั้งหมกลงบนขี้เถ้าและกลบข้างๆ ให้รอบ ทิ้งไว้ประมาน 5 นาที ความร้อนระอุของขี้เถ้าจะทำให้ปลาร้าสุกและมีกลิ่นหอมหวลทั้งจากเครื่องเทศ และความหอมจากใบขมิ้น นำมาปั้นจิ้มกับข้าวเหนียว บรรยากาศแห่งท้องทุ่งแสงแดดที่ร้อนแรงยามบ่ายมองเห็นแสงความร้อนระยับไกล แต่ก็มีลมพัดเย็นสบายผ่านท้องทุ่งอันไพศาลและความเหนื่อยล้าที่ต้องสูญเสียพลังงานไปกับการปักดำนาหลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน ทำให้หมกปลาแดกของอีแม่ในวันนั้นอร่อยเป็นยิ่งนัก

ด้วยความอร่อยหลากหลายรูปแบบและรสชาดของปลาร้า ที่เติมคุณค่าทางอาหารด้วยผักพื้นบ้านชนิดต่างๆมาเป็นองค์ประกอบมื้อแล้วมื้อเล่า ทำให้เกิดพลังสมองและสองแขน สองขาเติบโตมาต่อสู้ชีวิบนโลกกลมๆ เบี้ยวๆ ใบนี้จนถึงวันนี้

ช่างมหัศจรรย์จริงๆ นะปลาร้า...........

ขอบคุณความไม่สำคัญ

posted on 12 Sep 2011 09:25 by alonebe  in MyStories
 
 
เคยไหม..
 
วันหนึ่ง คุณใจจดใจจ่อ รอคอยอะไรบางอย่าง
 
และคาดหวังกับมันมาก..
 
คุณตั้งใจทำทุกอย่าง เพื่อสิ่งนี้
 
แต่แล้ววันหนึ่ง..
 
สิ่งที่คุณรอก็ไม่มา..
 
ไม่ใช่ไม่มาสิ.. เรียกว่า "เลยไป" ถึงจะถูก
 
แล้วสิ่งที่คุณได้รับ คือคำปลอบใจช้ำๆว่า.. พรุ่งนี้ก็ได้เจอกันแล้ว
 
อืมม.. ก็ถูกนะ จะช้าหรือเร็ว ก็มีค่าเท่ากัน
 
แต่ความรู้สึก ไม่เหมือนกัน
 
.... ถ้าเฝ้ารอและได้ในสิ่งที่ตั้งใจรอ
 
มันมีคุณค่านะ..
 
แต่ถ้าได้ในวันที่ไม่รอ..
 
ฉันก็พูดไม่ถูกเหมือนกันว่ารู้สึกยังไง
 
ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่า "ก็ยังดี"
 
ขอบคุณนะ ที่ไม่เคยให้ความสำคัญอะไรกันเลย
 
....... 

ความจริง

posted on 19 Aug 2011 12:11 by alonebe  in MyStories
 
มันก็เป็นแบบนี้แหล่ะนะ..
ทั้งๆที่คิดไว้ เตรียมใจไว้ ทำใจมานาน
ก็ยังทำใจลำบากอยู่ดี..
ต้องยอมรับ.. คำนี้ก็ยังยืนยันเหมือนเดิม
ไม่ว่าจะเจออะไร ก็ต้องทำใจให้ยอมรับ
 
ขอบคุณนะ
ที่พูดให้รู้สึก.. อีกครั้ง
 
วันนี้.. มาทำงานเป็นวันแรก
หลังจากที่ป่วยเกือบ 3 เดือน เต็มๆ
 
อะไรหลายอย่างเปลี่ยนไป แต่บางอย่างก็ยังเหมือนเดิม
 
เด็กนักเรียนเยอะขึ้น ครูใหม่เพิ่มมา 2-3 คน
แต่ระบบการจัดการ.. ยังเหมือนเดิม เหอๆ
 
เหนื่อยเหมือนกันแห่ะ กับการลากขาพร้อมด้วยไม้เท้าค้ำยัน..
เดินไกล ต้องขึ้นบันไดอีกด้วย โชคดีที่สอนอยู่ชั้น 2
 
หลายคนบอกยังไม่ต้องไปทำงานหรอก..
แต่ใครจะเข้าใจเราบ้าง.. ว่าการนั่งๆนอนๆอยู่เฉยๆให้เป็นภาระของที่บ้าน
มันทรมานนะ.. สภาพร่างกาย โอเค ทุกอย่าง ยกเว้นยังเดินไม่ได้ไม่ถนัด 
แต่ใช้ไม้ค้ำยันช่วยก็เดินได้สบายๆแต่จะเหนื่อยนิดหน่อย ไม่เป็นไร
 
ร่างกายไม่พร้อมแต่หัวใจพร้อมเสมอและสู้ตลอด
ตอนนี้กำลังใจที่เคยได้ เริ่มจะเหือดหายแล้ว
ก็ต้องพึ่งกำลังใจจากตัวเองนี่แหล่ะ.. 
 
ยิ่งเป็นแบบนี้ ถ้าเราทำได้เหมือนคนอื่นๆ มันก็เป็นแรงให้เราฮึดสู้ต่อได้เหมือนกัน
 
 

สู้ บ่ . . สู้!!

posted on 10 May 2011 21:15 by alonebe  in MyStories
 
ฉัม่มีสิ่ที่อื่มี..
 
 
ต่อื่ก็ม่มีสิ่ที่ฉัมี
 
 
! ช่ กั !
 
 

หมาหรืออะไรกันแน่??

posted on 07 May 2011 12:46 by alonebe  in MyStories
เหตุการณ์นี้ เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง
ประมาณ 5 - 6 เดือนแล้วมั้ง จำวันที่ไม่ได้อ่ะ

หลังจากเลิกงาน..
ปกติก็มักจะไปขายยำลูกชิ้นปลาที่ตลาดนัดใกล้ๆ
ขายตั้งแต่4โมงเย็นจนค่ำอ่ะ ขายดีซะด้วย..
พอขายของเสร็จก็กลับบ้าน ซึ่งเป็นเวลาค่ำแล้วล่ะ 
ประมาณ 18.30 น.
ตามบ้านนอกทั่วไป เวลาประมาณนี้ก็มืดแล้ว
ซึ่งเราเองก็รีบด้วย เลยเผลอขับรถเร็วนิดนึง
พอใกล้จะถึงทางแยก ก็มีหมาดำตัวหนึ่ง นั่งอยู่ริมถนนฝั่งตรงข้าม(ฟากถนนฝั่งขวามือ)
เรามองเห็นแล้วล่ะ ก็นึกในใจอยู่ว่ามันจะข้ามมาหรือเปล่านะ...
ไม่มาแห่ะ.... จนกระทั่งเราขับรถเข้ามาใกล้ระยะที่มันนั่งอยู่
จังหวะเดียวกันฝั่งขวาก็มีรถยนต์สวนมา เป็นรถกระบะ วีโก้ 4 ประตู สีดำ
และก็เป็นจังหวะเดียวกันกับมีสิ่งหนึ่งพุ่งมาทางด้านขวามือ 
ตัดหน้ารถกระบะคนนั้น แล้วผ่านหน้ารถเราไป...
ปึ้งงง......
เสียงกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมทั้งมีของบางสิ่งตกกระทบพื้นแล้วลากไปบนพื้นถนน
โคร๊กกกก....
ในใจก็คิดว่า.. ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โตแล้วล่ะ
เซ็งสุดขีดเลยตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร
รีบแอบรถข้างทางแล้วเปิดประตูลงมาดู...
มืดก็มืด ไม่มีรถใครวิ่งผ่านไปผ่านมาเลย 
อากาศก็เย็นๆอาจจะเป็นเพราะมืดแล้วด้วยแหล่ะ
ผลปรากฎว่า สเกิร์ตด้านหน้าหักเป็นสองท่อน
หักช่วงกลาง แล้วด้านข้างจะติดอยู่กับตัวรถ
แต่อีกข้างที่หัก หลุดหายออกไปจากตัวรถ(ไม่ได้เดินหาเพราะมืดมากแล้ว)
เสียงที่ได้ยินลาก โครกๆเมื่อซักครู่ ก็คือสิ่งนี้นี่เอง..
เราก็เลยรีบดึงเอาสเกิร์ตด้านที่ติดอยู่ออกมาแล้วโยนมันไปที่เบาะหลัง

แต่ไอ้ตัวที่เป็นต้นเหตุของเสียง  ปึ้งงง...... 
ไม่รู้ ไม่เจอ ไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น..
ด้วยบรรยากาศเงียบๆเปลี่ยวๆแบบนั้นไม่น่าจะยืนอยู่นอกรถนานๆ
ก็เลยรีบขึ้นรถไว้ก่อน แต่ในใจนึกอยากเดินดูบริเวณนั้นอยู่เหมือนกัน
ว่า.. ตกลง หมาตายหรือเปล่า.. 
แต่ทำได้แค่นั่งคิดในรถว่า... ความเร็วขนาดนั้น กับเสียงที่ดังขนาดนั้น
ทำไมหมามันไม่ร้องซักแอ่ะ... นอกจากเสียง ปึ้งงง......
นอกนั้นไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอดออกมาเลย 
จะว่าเสียง ปึ้งงง มันดังเกินไปจนไม่ได้ยินอะไร ก็ไม่น่าจะใช่
เพราะตัวเราเองมีสติอยู่ตลอดเวลา และรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น 
ไม่น่าจะไม่ได้ยินถ้าหมาร้อง..
เอ๊ะ.. หรือว่าหมามันตายคาที่หรือเปล่า...
ก็ได้แต่คิดแบบนั้นจนถึงบ้าน.. 

รุ่งขึ้น รีบตื่นแต่เช้ามืด แล้วขับรถออกมาดูที่เกิดเหตุเมื่อคืน
ปรากฎว่า ไม่มีหมา ไม่มีสเกิร์ตอีกข้างที่หักแล้วหลุดออกไป....
เดินลงไปดูข้างทาง.. ก็ไม่มีหมาตายอย่างที่คิด
หรือว่ามันไม่ตายหว่า... อืมม ไม่เป็นไร ไม่ตายก็ดีแล้ว
แต่.... ถ้าไม่ตายคาที่ แล้วโดนชนซะขนาดนั้น ทำไมไม่ร้องซักแอ่ะ..
แต่ถ้าตาย.. แล้วศพมันหายไปไหน? ใครมาเอาไปแต่เช้าขนาดนี้
...สเกิร์ตที่หายไป ไม่ได้คิดอะไรมากมาย อาจจะมีคนมาเก็บไปก็เป็นได้
แต่ศพหมา.. ไม่น่าจะมีคนเก็บ... (หรือเจ้าของหมามาเห็นตั้งแต่เมื่อคืน เหอๆ)

ตอนสายๆโทรกลับบ้าน บอกที่บ้านว่าขับรถชนหมามา..แล้วก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
พ่อทักทันทีเลยว่า... แน่ใจนะว่าเป็นหมาจริงๆ...... เ ห อ ๆ ๆ
ก็แน่ใจนะ เพราะเห็นกับตาว่าเป็นหมาสีดำตัวใหญ่พอสมควรนั่งอยู่ริมฝากถนนฝั่งตรงข้าม
พ่อก็พูดต่อว่า " ปกติหมาจะข้ามถนนมันจะยืนนะ"
เอ้ออ ก็จริงแห่ะ.. (แต่ไม่หรอกน่าาา มันอาจจะเหนื่อยก็เลยนั่งน่ะ) อิอิ

แต่ที่น่าสงสัยมาก คือ ... ถ้ามันจะข้ามถนน ทำไมมันไม่ข้ามตั้งแต่ตอนที่ยังไม่มีรถวิ่งอ่ะ
จะนั่งรอให้รถวิ่งมาใกล้แล้วถึงได้วิ่งข้ามมา..???

แม่เลยตั้งข้อสงสัยว่า มันเป็นเคราะห์เราหรือเปล่า 
ถ้าเกิดมีสิ่งอะไรพวกนี้จริงๆ มันอาจจะทำให้เราเกิดอุบัติเหตุได้นะ
ก็คิดอยู่เหมือนกันว่า ถ้าวันนั้นเราตั้งสติไม่ทัน ด้วยสัญชาตญาณ เราเองอาจจะหักรถหลบหมาแน่ๆ
อาจจะหักไปทางซ้าย (ตกคลอง) หรือไม่ก็ทางขวา (รถกระบะที่สวนมา)...

หรือเป็นตัวอะไร ที่จะทำให้เราต้องประสบเหตุการณ์เเบบนั้นหรือเปล่า??

เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้เราสงสัยอยู่เรื่อยมา....
 

ฉันเหนื่อย... นะ

posted on 05 May 2011 09:03 by alonebe  in MyStories
เคยไหม..? อยู่ๆก็เหนื่อย อยู่ๆก็เบื่อ..
 
รู้สึกเหมือนชีวิตอยู่กับความเคยชิน..
ทำอะไรด้วยความเคยชิน.. เพราะเคยทำ เพราะเคยพูด
ก็เลยต้องทำ ก็เลยต้องพูด... งั้นหรอ
 
ฉันเป็นทุกข์ ก็ทุกข์อยู่คนเดียว..
ไม่มีใครรับรู้..
ไม่อยากให้ใครเป็นทุกข์เพราะฉัน
 
ไม่เคยบ่น ว่าฉันแบกมันหนักแค่ไหน..
สิ่งเดียวที่ทำให้มีกำลังใจ ให้มีแรงสู้ และอยู่ได้..
คือ " เธอ "
ฉันไม่รู้จะอธิบายยังไง
ก็ "ฉันรักเธอ"
 
น้ำตาที่ไหลไม่ใช่เพราะเสียใจ แต่มันว่างเปล่า
อยู่ๆก็ไหล..
 
ฉันป่วย.. เป็นเดือน...เบื่อเหมือนกัน
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ
 
วันนี้ ได้กลับบ้านซะที...
ฉันจะได้ออกจากห้องสีเหลี่ยมแคบๆ
ใจหายนิดหน่อย..

แวะเที่ยวตลอดทาง :D

posted on 23 Feb 2011 13:53 by alonebe  in MyStories
หลังจากเดินทางไปเข้าค่ายฯที่โคราช
ขากลับเลยพาเด็กๆแวะเที่ยวก่อน สถานที่แรก แวะที่วัดหลวงพ่อโต (วัดสรพงษ์)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เอาซะหน่อย ไหนๆก็มาเจอแล้ว 5555555
 
 
สถานีต่อไป ปราสาทเขาพนมรุ้ง
 

 

ไปเข้าค่ายมาเหนื่อยๆ หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลย 5555
 
 
หลังจากเดินขึ้น ลง ช้อปปิ้ง จนเหนื่อยขาแทบลาก ก็หิว เหอๆ
แวะซะหน่อยดีก่าาาา....
นี่เลย....ร้านนี้แหล่ะ ใกล้ๆดี
สองพี่น้องคนนี้เก่งนะ
นั่งดูอยู่นานเลย ทำกับข้าวได้ด้วย
รสชาติใช้ได้ทีเดียว อิอิ
 
น้องสองคนนี้กำลังก้มหน้าก้มตาทำอาหาร
 
ให้ไอ้ 3 คนนี้กิน.. อย่างเอร็ดอร่อย (เพราะหิวม๊ากกกก) เหอๆ
 

edit @ 23 Feb 2011 15:08:36 by AloneBe

 
จริงๆแล้วไปมาเป็นเดือนแล้วล่ะ
แต่ไม่ได้เข้ามาอัพเดท อิอิ
วันนี้ หาไรทำ พยายามไม่ให้ว่าง เลยแวะมาซะหน่อยย
 
ขาไปแต่งตัวเรียบร้อยเต็มยศ อิอิ
ขากลับ แล้วแต่ท่าน 5555
 
ไม่รู้จะพูดไร.. เอาเป็นว่าดูรูปแล้วกันนะ...  ณ ค่ายลูกเสือไร่พญาเย็น
 
 
 
มาดูที่พักกันดีก่าาาาา น่ารักดี ^^ 
 
 
 
 
กำลังออกเดินทางไกล (ขึ้นเขาระยะทาง12กิโลเมตร)
 
ต้องเดินจากเขาลูกนี้ อ้อมไปบนเขาทางด้านขวามือแล้วไปลงที่ฝั่งต
 รงข้ามโน้นนนนนน เหอๆๆ (เกือบตาย) อิอิ
 
เอ้าา อึ๊บ ๆ ๆ เหอๆ พ่อเสือกำลังปีนเขา 5555
 
หลังจากเดินขึ้นเขามา 12 กม. เหอๆๆ แต่ละนาย แต่ละคน... สะบัก สะบอม ไปตามๆกัน
 
เหนื่อยแล้วหรอเนี่ยะ!!!! หุหุ
 
เสร็จสิ้นภาระกิจเดินทางไกล
 
 


edit @ 23 Feb 2011 15:24:07 by AloneBe